การจัดการความรู้ เป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อน ในการนำความรู้ที่มีอยู่มาสร้าง ขยายผล แบ่งปัน จัดเก็บและใช้ให้เกิดประโยชน์อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ไม่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ไม่มีสูตรตายตัว
โดยที่ความรู้มี 2 ประเภท คือ
1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge)
เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางครั้ง จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม
2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม
ความรู้เปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็ง
อ้างอิง : http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201403/24/60947cd27.jpg
- ภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้นมา เปรียบเสมือนความรู้ที่มองเห็น Explicit knowledge เป็นความรู้ที่สามารถถ่ายทอดออกมาได้
- ภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ใต้น้ำ เปรียบเสมือนความรู้ที่มองไม่เห็น Tacit knowledge เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ ความรู้ที่เป็นการกระทำ เช่น คนที่มีความรู้แต่ไม่สามารถอธิบายให้เพื่อนฟังได้
ความเป็นมาของการจัดการความรู้
รูปแบบการจัดการความรู้ที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ คือ SECI Model เป็นของ Ikujiro Nonaka เป็นผู้ที่บุกเบิกให้การจัดการความรู้
อ้างอิง : http://my.berkeley.edu/custom/graphic/2006305991.custom.png
ระดับของความรู้
- ความรู้เชิงทฤษฏี (Know-What) รู้อะไร เป็นอะไร
- ความรู้เชิงทฤษฏีและเชิงบริบท (Know-How) รู้แล้วทำอย่างไร
- ความรู้ในระดับที่อธิบายเหตุผล (Know-Why)รู้แล้วทำไปเพื่ออะไร
- ความรู้ในระดับคุณค่า ความเชื่อ (Care-Why) รู้แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างไร


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น